อินู๋หนิง

วันอังคารที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

ตลาดต้นไม้ รังสิตคลอง 15

มุขจีบผู้ชาย

เพลง วน พี่อัทธ์ (ชอบส่วนตัวอิอิ)

คณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม มหาวิทยาลัยมหาสารคาม



คณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
ประวัติความเป็นมา

       คณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม เป็นหน่วยงานในกำกับของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม โดยการยกร่างหลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต (ศศ.บ.)สาขาวิชาการท่องเที่ยวและการโรงแรม(หลักสูตร 4 ปี) ในปีพุทธศักราช 2543-2544  ภายใต้ชื่อ "โครงการจัดตั้งคณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม" เปิดรับนิสิตรุ่นแรก ในระบบพิเศษและระบบพิเศษโดยวิธีเทียบเข้า ในเดือนมิถุนายน 2544

ปีการศึกษา 2544
    - มีนิสิตรุ่น 1 จำนวน 185 คน
    - มีอาจารย์และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสนับสนุนการเรียนการสอน จำนวน 11 คน
    - มีนายธเนศ ศรีสถิตย์ เป็นผู้ริเริ่มก่อตั้ง โครงการจัดตั้งคณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม และได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้รักษาการคณบดี ต่อมาโครงการจัดตั้งคณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม ได้รับความเห็นชอบจากสภามหาวิทยาลัยมหาสารคาม อนุมัติการจัดตั้ง "คณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม" (Faculty of Tourism and Hotel Management) ตามมติที่ประชุมสภามหาวิทยาลัย ครั้งที่ 10/2547 เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2547 และอนุมัติให้ใช้ระเบียบมหาวิทยาลัยมหาสารคามว่าด้วยคณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม พุทธศักราช 2547 ณ วันที่ 10 พฤศจิกายน 2547 มีคำสั่งแต่งตั้งให้นายธเนศ ศรีสถิตย์ ดำรงตำแหน่งคณบดี คณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม

ปีการศึกษา 2547
       คณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม ได้ดำเนินการเปิดสอนตามหลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต พุทธศักราช 2544 สาขาวิชาการท่องเที่ยวและการโรงแรม(หลักสูตร 4 ปี)
    - มีนิสิตรวมทั้งสิ้นจำนวน 1,096 คน
    - อาจารย์ จำนวน 16 คน เจ้าหน้าที่ฝ่ายสนับสนุนการเรียนการสอนจำนวน 14 คน
    - มีบัณฑิตที่สำเร็จการศึกษาและเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร เป็นบัณฑิตรุ่นที่ 1 (ชบาช่อที่ 1) จำนวน 116 คน

ปีพุทธศักราช 2549
คณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม ได้ดำเนินการยกร่างหลักสูตรใหม่ จำนวน 1 หลักสูตร ได้แก่
      หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการท่องเที่ยวและการโรงแรม (หลักสูตรนานาชาติ /หลักสูตรใหม่ พุทธศักราช 2549) และได้รับความเห็นชอบจากสภามหาวิทยาลัยมหาสารคาม อนุมัติหลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการท่องเที่ยวและการโรงแรม (หลักสูตรนานาชาติ /หลักสูตรใหม่ พุทธศักราช 2549) เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2549   คณะฯ ได้ดำเนินการเปิดสอนนิสิตระดับปริญญาตรี (หลักสูตรนานาชาติ ) ในปีการศึกษา 2550 มีนิสิต รุ่นที่ 1 จำนวน 13 คน

      และใน ปีพุทธศักราช 2549 คณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม ได้ดำเนินการยกร่างหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา 1 หลักสูตร ได้แก่หลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต(ศศ.ม.) สาขาวิชาการจัดการท่องเที่ยวและการโรงแรม(หลักสูตรใหม่ พุทธศักราช 2550) พุทธศักราช 2550 (ศศ.ม.) ได้รับความเห็นชอบจากสภามหาวิทยาลัยมหาสารคาม อนุมัติหลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการท่องเที่ยวและการโรงแรม(หลักสูตรปรับปรุงพุทธศักราช 2550) เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2549

ปีพุทธศักราช 2549-2550
       คณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม ได้ดำเนินการพัฒนาหลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการท่องเที่ยวและการโรงแรม พุทธศักราช 2544 และได้รับความเห็นชอบจากสภามหาวิทยาลัยมหาสารคาม อนุมัติหลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการท่องเที่ยวและการโรงแรม(หลักสูตรปรับปรุงพุทธศักราช 2550) เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2550

ปีพุทธศักราช 2550
คณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม ได้ดำเนินการยกร่างหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา จำนวน 1 หลักสูตร ได้แก่
      หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต(ปร.ด.) สาขาวิชาการจัดการการท่องเที่ยวและการโรงแรม(หลักสูตรใหม่ พุทธศักราช 2550) โดยสภามหาวิทยาลัยมหาสารคามรับทราบและให้ความเห็นชอบหลักสูตรนี้แล้ว เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2550 และคณะการท่องเที่ยวและการโรงแรมได้ดำเนินการเปิดสอนระดับบัณฑิตศึกษาในปีการศึกษา 2550 พร้อมกันทั้ง 2 หลักสูตร โดยมีนิสิตระดับบัณฑิตศึกษารุ่นที่ 1 จำนวน 25 คน

ปีพุทธศักราช 2551
คณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม จัดการเรียนการสอนระดับปริญญาตรี 2 หลักสูตร ได้แก่
      - หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการท่องเที่ยวและการโรงแรม (หลักสูตรปรับปรุง พุทธศักราช 2550)  
      - หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการท่องเที่ยวและการโรงแรม (หลักสูตรนานาชาติ /หลักสูตรใหม่ พุทธศักราช 2549)
      ระดับบัณฑิตศึกษา จำนวน 2 หลักสูตร ได้แก่
      - หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต(ปร.ด.) สาขาวิชาการจัดการการท่องเที่ยวและการโรงแรม(หลักสูตรใหม่พุทธศักราช 2550)
      - หลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต(ศศ.ม.) สาขาวิชาการจัดการท่องเที่ยวและการโรงแรม(หลักสูตรใหม่ พุทธศักราช 2549)
       มีนิสิตรวมทั้งสิ้น จำนวน 2,215 คน จำแนกเป็น ระดับปริญญาตรีจำนวน 2,158 คน ระดับบัณฑิตศึกษา จำนวน 57 คน
       บุคลากร จำนวน 55 คน จำแนกเป็น บุคลากรฝ่ายวิชาการ จำนวน 36 คน บุคลากรฝ่ายสนับสนุนการเรียนการสอน จำนวน 19 คน


ทำเนียบคณบดีคณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม (2544-ปัจจุบัน)

          1. ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุรเชษฏ์ เชษฐมาส            คณบดี                                 พ.ศ. 2552-ปัจจุบัน
          2. อาจารย์ยุวดี ตปนียากร                                รักษาการคณบดี                    พ.ศ. 2551-2552(2 เดือน)
          3. ผู้ช่วยศาสตราจารย์สมชาติ มณีโชติ                คณบดี                                 พ.ศ. 2552(2 เดือน)
          4. อาจารย์ยุวดี ตปนียากร                                รักษาการคณบดี                    พ.ศ. 2552
          5. อาจารย์ธเนศ ศรีสถิตย์                                คณบดี                                 พ.ศ. 2547-2551
          6. อาจารย์ธเนศ ศรีสถิตย์                                รักษาการคณบดี                    พ.ศ. 2544-2547


ปรัชญา วิสัยทัศน์ พันธกิจ

ปรัชญา
แหล่งองค์ความรู้ เชิดชูวัฒนธรรมอีสาน วิชาชีพชำนาญ พัฒนาการสู่สากล

วิสัยทัศน์

เสริมสร้างความเข้มแข็งทางวิชาการ ให้สามารถผลิตบัณฑิตที่มีความรู้ ความสามารถในวิชาชีพด้านการท่องเที่ยวและการโรงแรมอย่างมีคุณธรรมและจริยธรรม สร้างสรรค์งานวิจัยและให้บริการทางวิชาการแก่สังคม ควบคู่ไปกับการทำนุบำรุงและเชิดชูศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น พร้อมก้าวย่างสู่ความสากลอย่างมั่นใจ

พันธกิจ

พัฒนาและจัดการการศึกษาด้านการท่องเที่ยวและการโรงแรมเพื่อผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพตามกรอบมาตรฐานของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา
วิจัยเพื่อแสวงหาองค์ความรู้ใหม่ให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลกเพื่อพัฒนาการเรียนการสอนและพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวให้ยั่งยืน
ให้บริการทางวิชาการแก่สังคมที่สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนของประเทศ
ทำนุบำรุง ฟื้นฟู เผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณีไทย
เป็นศุนย์กลางการเรียนรู้ทางด้านการท่องเที่ยวและการโรงแรมอนุภาคลุ่มน้ำโขง
พัฒนาระบบการบริหารองค์กรตามหลักบริหารจัดการที่ดีสามารถขับเคลื่อนพันธกิจด้านต่างๆไปสู่ความสำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพ

มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

มหาวิทยาลัยมหาสารคาม


ไฟล์:Logomsu12.png

มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ตั้งอยู่ในจังหวัดมหาสารคาม เดิมเป็นวิทยาเขตของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ นับเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐแห่งที่ 22 ของประเทศไทย

ประวัติ
มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มีศูนย์กลางการบริหารงานตั้งอยู่ที่ ตำบลขามเรียง อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม มีพื้นที่ประมาณ 1,300 ไร่ ที่ตั้งเดิม ซึ่งตั้งอยู่ที่ 269 ถนนนครสวรรค์ ตำบลตลาด อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม บนพื้นที่ 197 ไร่ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มีกำเนิดมาจากวิทยาลัยวิชาการศึกษามหาสารคาม ซึ่งตั้งขึ้นเมื่อ วันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2511 โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อที่จะขยายการศึกษาชั้นสูงไปสู่ภูมิภาค ต่อมาได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาสารคาม เมื่อปีพุทธศักราช 2517 และได้แยกตัวเป็นมหาวิทยาลัยเอกเทศภายใต้ชื่อ "มหาวิทยาลัยมหาสารคาม" เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2537 โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงลงพระปรมาภิไธยในพระราชบัญญัติ ของมหาวิทยาลัย ซึ่งได้มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาเล่มที่ 111 ตอนที่ 54 ก นับเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐแห่งที่ 22 ของ ประเทศไทย

อันดับมหาวิทยาลัย
การจัดอันดับโดย เว็บโอเมตริกซ์ (Webometrics) ซึ่งจัดทำขึ้นเพื่อแสดงความตั้งใจของสถาบันต่าง ๆ ในการเผยแพร่ความรู้สู่เว็บไซต์ และเป็นความริเริ่มเพื่อส่งเสริมการเข้าถึงความรู้อย่างเปิดกว้าง (Open Access) ทั่วโลก โดยบ่งบอกถึงปริมาณและคุณภาพของสิ่งตีพิมพ์อิเล็กทรอนิกส์ของสถาบัน เพื่อใช้ร่วมกับตัวชี้วัดอื่น ๆ ในการประเมินผลงานวิจัยของสถาบัน ซึ่งทางเว็บโอเมตริกซ์ได้จัดอันดับปีละ 2 ครั้งในเดือนมกราคม และกรกฎาคม ล่าสุดเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2554 มหาวิทยาลัยมหาสารคาม อยู่ในอันดับที่ 1,101 ของโลก อันดับที่ 26 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อันดับที่ 13 ของมหาวิทยาลัยในประเทศไทย

สัญลักษณะประจำมหาวิทยาลัยมหาสารคาม
ไฟล์:Color.jpgไฟล์:Amaltas (Cassia fistula) in Hyderabad, AP W IMG 7137.jpg



สีเหลือง-เทา                         ราชพฤกษ์ต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัย
สีประจำมหาวิทยาลัย

ตราประจำมหาวิทยาลัยมหาสารคาม คือ ตราโรจนากร ซึ่งมีความหมายว่า สัญลักษณ์แห่งความเจริญรุ่งเรือง ซึ่งมีองค์ประกอบเป็นรูปใบเสมา
ภายในมีภาพขององค์พระธาตุนาดูน ด้านล่างเป็นสุริยรังสีที่แผ่ขึ้นจากผ้าลายขิตซึ่งอยู่เหนือคำขวัญภาษาบาลี
" พหูนํ ปณฺฑิโต ชีเว " หมายความว่า ผู้มีปัญญาพึงเป็นอยู่เพื่อมหาชน
ใบเสมา หมายถึง ภูมิปัญญา
พระธาตุนาดูน หมายถึง คุณธรรมความดี
สุริยรังสี หมายถึง ความเจริญรุ่งเรือง
ลายขิต หมายถึง ภูมิปัญญาและมรดกทางวัฒนธรรมแห่งอีสาน
ความหมายโดยรวม คือ ความเจริญรุ่งเรืองอันเป็นผลจากความรู้และคุณธรรม ผสมผสานกับภูมิปัญญาแห่งท้องถิ่นอีสาน
ต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัย ต้นราชพฤกษ์ หรือ ต้นคูณ
สีประจำมหาวิทยาลัย คือ สีเหลือง - เทา
สีเหลือง หมายถึง ความเจริญรุ่งเรือง ความดีงาม ความอุดมสมบูรณ์
สีเทา หมายถึง ความคิด หรือ ปัญญา
สีเหลือง - เทา จึงหมายถึง การมีปัญญาและความคิดที่ดีงาม อันนำไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง
วาทกรรมอัตลักษณ์ประชาคม มมส คือ ลูกพระธาตุนาดูน ดอกคูนผลิช่อ มอน้ำชี ศรีโรจนากร

เพลง นิรันดร์

เกาะช้าง

เกาะช้าง



เกาะช้าง หรือ อุทยานแห่งชาติ หมู่เกาะช้าง
แนะนำ ที่พักเกาะช้าง

เกาะช้าง เป็นเกาะที่ใหญ่สมชื่อจริงๆ เกาะช้างมีพื้นที่กว่า 268,125 ไร่ เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในหมู่เกาะทะเลอ่าวไทยและใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศไทยรองจากภูเก็ต เกาะช้างที่ผมพูดถึงคือ เกาะช้าง เกาะช้าง ตั้งอยู่ในเขตแหลมงอบ จ.ตราด นะครับ ไม่ใช่ เกาะช้างที่อยู่ทะเลอันดามัน จ.ระนอง (ระวังจะสับสน)

เกาะช้าง ประกอบด้วย 8 หมู่บ้าน คือ สลักเพชร สลักคอก เจ้กแบ้ บ้านด่านใหม่ คลองสน คลองพร้าว คลองนนทรี และบ้านบางเบ้า มีสถาที่ราชการ อำเภอ สถานีตำรวจ โรงพยาบาล และเป็นที่ตั้งอุทยานฯหมู่เกาะช้างอีกด้วย ภายในเกาะจะเป็นสวนยางพารา และผลไม้

   เกาะช้าง   
 
ลักษณะภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นเขาสูงมีผาหินสลับซับซ้อน ยอดเขาที่สูงที่สุด ได้แก่เขาสลักเพชร มีสภาพป่าอันอุดมสมบูรณ์ ส่วนใหญ่เป็นป่าดิบเขา ด้วยเหตุนี้เอง จึงทำให้เกิดน้ำตก ลำธารหลายสาย ชายหาดสวย มีอยู่มากมาย ตามชายฝั่งตะวันตก ที่ดังๆ หน่อยก็ได้แก่ หาดทรายขาว หาดคลองพร้าว หาดไก่แบ้ ทั้งสามหาดมี รีสอร์ทตั้งอยู่เรียงรายริมหาดมากมาย ตั้งแต่ ราคา หลังละ 200 กว่า บาท ถึง 5,000 บาท ขึ้นไป นอกจากนี้บริเวณอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง ยังมีเกาะเล็กๆ รายล้อม อันได้แก่ เกาะคลุ้ม เกาะเหลายา เกาะง่าม เกาะไม้ชี้ใหญ่ เกาะหวาย เกาะกระ เการัง เกาะมันนอก เกาะมันใน เกาะกระดาด เกาะหมาก เกาะขาม ฯลฯ ส่วนใหญ่ช่วงเทศกาล เกาะเล็กเกาะน้อยเหล่านี้มัก เสนอแต่แพคเก็จทัวร์ ปัจจุบันมีทัวร์รูปแบบต่างๆ มากมายนอกจากการเล่นน้ำทะเลเที่ยวเกาะ เช่น ท่องเที่ยวเชิงเกษตร ขี่ช้างท่องไพร ล่องเรือ ตกปลา ไดหมึก หรือพักโฮมสเตย์กับหมู่บ้านชาวประมง

ด้วยความสมบูรณ์แห่งแหล่งท่องเที่ยว เราจึงสามารถท่องเที่ยวเกาะช้างได้ทุกฤดูกาล

สถานที่ท่องเที่ยวเกาะช้าง


 หาดทรายขาว
หาดทรายขาว เป็นหาดที่มีระยะทางยาว 6 กม. มีบังกะโลตั้งอยู่หลายแห่ง มีถนนรอบเกาะตัดชิดหาดมากที่สุด สามารถเล่นน้ำได้ แต่บางช่วงของหาดจะต่างระดับ ลึกตื้นไม่เท่ากัน  เลียบชายหาดมี โรงแรม รีสอร์ท ร้านค้า ร้านอาหาร ตั้งอยู่เรียงรายมากมาย ดูเหมือนว่าบริเวณนี้จะมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากกว่าบริเวณอื่นๆ


หาดคลองพร้าว-แหลมไชยเชษฐ์
หาดคลองพร้าว เป็นหาดทรายที่มีความยาวมาก ติดต่อกับหาดไก่แบ้หาดทราย บริเวณนี้มีความลาดมากสามารถเล่นน้ำได้ มีบังกะโลให้เช่าพักหลายแห่ง ห้องพักที่ได้มาตรฐาน และมีสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อม ไม่แพ้หาดทรายขาว หาดแห่งนี้นักท่องเที่ยวให้ความนิยมมาเล่นกิฬาทางน้ำ กิจกรรมชาตหาดเป็นจำนวนมาก ตอนเหนือสุดของอ่าวคลองพร้าว ติดต่อกับอ่าวไชยเชษฐ์ และแหลมไชยเชษฐ์ ซึ่งมีแหลมหิน มีทัศนียภาพสวยงาม แต่ไม่สามารถเล่นน้ำได้
สำหรับแหลมไชยเชษฐ์เป็นแหล่งที่ชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่ง

หาดไก่แบ้
หาดไก่แบ้ เป็นหาดทรายที่มีความลาดพอสมควร สามารถเล่นน้ำได้โดยไม่เป็นอันตราย ชายหาดมีลักษณะลาดลงทะเลทีละน้อย เกาะที่เห็นคือ เกาะจระเข้วางตัวเหนือท้องน้ำสีคราม นักท่องเที่ยวสามารถพายเรือคายัคไปได้ หาดไก่เบ้ มีบังกะโล ราคาประหยัดให้เช่าหลายแห่ง เป็นที่นิยมอาบแดดของชาวต่างชาติ โรงแรงระดับหรูที่นิยมคือ ซีวิวรีสอร์ทอยู่บนเนินปลายสุดของหาด

ศูนย์กลางหาดอยู่บริเวณ ไก่เบ้บีช มีร้านค้า ร้านอาหาร เช่ารถ และเป็นที่จอดคิดรถสองแถว บริเวณใกล้เคียงหาด เราจะมองเห็น เกาะมันใน(ตามรูป) เกาะมันนอก และเกาะหยวก

อ่าวใบลาน 
อ่าวใบลาน เป็นหาดเงียบสงบ อยู่ระหว่างหาดไก่เบ้ และหมู่บ้านบางเบ้า เป็นหาดยาวประมาณ 12 กม. เล่นน้ำได้ นักท่องเที่ยวชาวต่างชาตินิยมมาอาบแดด เล่นน้ำตากลม กันที่นี่